ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ค้นหาสินค้า


  [Help]
dot
bulletเสื้อผ้าแฟชั่น
bulletอาหาร เครื่องดื่ม
dot
sabuyshop.com/สมัครรับข่าวสาร

dot


บริษัท เอาท์ ซอร์ส จำกัด >> กล้องวงจรปิด และระบบรักษาความปลอดภัยทุกชนิด
บริษัท ทริปเปิลเอ เซอร์วิสเซส จำกัด
บริษัท เอส.บี.เอ็น.กรุ๊ป จำกัด >>> บริการด้านเครื่องรูดบัตรเครดิตแบบครบวงจร


ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยอีคอมเมิร์ซโต 30% article

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินอีคอมเมิร์ซปี 2552 โต 30% มูลค่าตลาด 39,000 ล้านบาท ระบุ 3จี ไวแม็กซ์ ยกระดับการเข้าถึงเน็ตของคนไทยมากขึ้น

      บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า แนวโน้มธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยปี 2552 แม้ยังต้องเผชิญภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง แต่ธุรกิจซื้อขายออนไลน์ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ธุรกิจที่ยังมีแนวโน้มเติบโต ซึ่งคาดว่าเพิ่มขึ้น 30% หรือมีมูลค่าประมาณ 30,000-39,000 ล้านบาท โดยชะลอตัวจากปี 2551 ที่ขยายตัว 30-40% แต่ก็ถือว่าเป็นอัตราการเติบโตที่อยู่ระดับสูง
      ขณะเดียวกันก็คาดว่า แนวโน้มการแข่งขันในตลาดจะรุนแรงมากขึ้น จากการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ๆ
      ทั้งนี้ อีคอมเมิร์ซมีจุดแข็งที่ต้นทุนดำเนินการต่ำ ตั้งราคาขายต่ำกว่าท้องตลาดได้ สามารถขายผ่านช่องทางออนไลน์ และหน้าร้านปกติควบคู่กันไป ทั้งยังมีความรวดเร็วในการปรับเปลี่ยนการสื่อสารทางการตลาด และการแนะนำสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อให้ทันต่อกระแส และตอบสนองตลาด จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากราคาค่าบริการที่มีแนวโน้มถูกลงและความเร็วเพิ่มสูงขึ้น
      รวมทั้งการเข้ามาของเทคโนโลยี 3จี และไวแม็กซ์ ช่วยกระจายโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไปสู่ผู้บริโภคในต่างจังหวัดได้เพิ่ม ตลอดจนเทคโนโลยีในการทำธุรกรรมออนไลน์ที่มีความปลอดภัย และสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือแก่ผู้ประกอบการ และสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค
      อย่างไรก็ตาม ธุรกิจซื้อขายออนไลน์ยังมีจุดอ่อนที่ควรเร่งแก้ไข เช่น ปัญหาความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ปัญหาความเชื่อมั่นในระบบการชำระเงิน การไม่ได้เห็นสินค้าจริง รวมทั้งความไม่มั่นใจในการจัดส่งสินค้าหลังจากชำระเงินไปแล้ว
      ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า จากเหตุผล และปัจจัยต่างๆ ข้างต้น คาดการณ์ว่าธุรกิจซื้อขายออนไลน์จะยังคงมีแนวโน้มเติบโต แม้อาจต้องเผชิญความยากลำบากมากขึ้น จากการชะลอการบริโภคของผู้บริโภค แต่ก็คาดว่าผู้บริโภคจะมีการโยกย้ายการบริโภคจากช่องทางปกติไปสู่การซื้อขายออนไลน์เพิ่ม
      จากการสำรวจของเนคเทคเมื่อปี 2551 มีจำนวนผู้ที่ซื้อสินค้า และบริการผ่านอินเทอร์เน็ตกว่า 45.5% เพิ่มจากปี 2550 ประมาณ 28.9% โดยสินค้าและบริการที่สั่งซื้อมากที่สุด ได้แก่ หนังสือ 36.4% การสั่งจองบริการต่างๆ 30.7% และภาพยนตร์ (พัสดุ) 18.1% โดยเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเป็นสินค้าที่ซื้อขายสูงสุดประมาณ 16.5% การสั่งจองบริการต่างๆ 14.9% และหนังสือ 13.6%
      ทั้งนี้มีปัจจัยสนุนมาจากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการขยายตัวของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งส่งผลดีต่อการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่มีความสะดวกรวดเร็วและน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ การเติบโตของเว็บไซต์อี-มาร์เก็ตเพลส ก็ช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจซื้อขายออนไลน์ด้วย




NEWS

โฆษณาออนไลน์นั้น สำคัญไฉน... article
"กูเกิล" รุกตลาดไทย เจาะโฆษณาออนไลน์ article
เพย์พัลงัดมุขเด็ด ปล่อยวงเงินกระตุ้นช้อปออนไลน์ article
โฆษณาออนไลน์ไทยขึ้นเบอร์2อาเซียน article
โฆษณาออนไลน์แบบไหนตอบโจทย์ ROI article
อีคอมเมิร์ซไตรมาสแรกยอดพุ่งสวนเศรษฐกิจ article
วัยรุ่น-วัยเรียน (เรียนต่อที่ไหนดี?...) article
พระรราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 article



Copyright © 2008-2020 All Rights Reserved.
Halo Serve Ltd.,Partnership
18/101 The Terrace Village, Ramintra Rd., Tha Raeng, Bang Khen, Bangkok 10230
Tel.: +6689 199 6399 Fax.: +662 083 9247 Email: haloserve9@gmail.com
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เลขที่